Grand Theft Auto-ซีรีย์จอมโจร ที่เป็นกระแสสังคมเสมอ
posted on 19 Mar 2009 21:40 by arcueid in GTAเป็น1ในซีรีย์เกมที่ผมชอบที่สุดเกมหนึ่งเลยทีเดียว.....
เทียบกับเกมอื่นๆที่ชอบเหมือนกันอาจจะมีอายุที่เริ่มชอบน้อยกว่าพอดู เพราะว่าเริ่มเล่นจริงๆจังๆตอนภาค3 แต่มาชอบจริงๆตอนภาค Vice City
ผมจะค่อยๆเล่าให้ทุกคนฟังเกี่ยวกับเกมนี้เอง
ก่อนที่จะอ่าน
-บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ถ้าไม่ถูกใจใครก็ขออภัยล่วงหน้าเลย
-บทความนี้อาจจะยาวที่สุดเท่าที่ผมเคยเขียนบนExteenมา ใครขี้เกียจอ่านแต่อยากมาเมนท์เฉยๆก็ตามสบาย
-บทความนี้ไม่เน้นภาพ(เพราะขี้เกียจหาขี้เกียจCap) ฉะนั้นเหมือนเดิม ขี้เกียจอ่านก็เมนท์เฉยๆพอ
-ข้อมูลตรงไหนผิดพลาดก็ขออภัยอีกรอบนึง เขียนบทความนี้มาก็เพราะใจรักล้วนๆ ใครเห็นว่าตรงไหนผิดพลาดก็สามารถท้วงติงได้นะครับ เป็นผลดีต่อคนอื่นๆและตัวผมเองด้วย
-Grand Theft Auto ภาคแรก
ออกตอนสมัยผมยังอยู่แค่มัธยมต้นเองล่ะมั้ง เคยเห็นครั้งแรกในเครื่องสถานีเล่น(Playstation) ตอนนั้นยังเด็ก ไม่ประสีประสาอะไร คิดในใจว่าเกมเห้อะไรฟะ ภาพมองยากชะมัด มองจากด้านบนลงมา ภาพก็ไม่สวย ไม่เห็นน่าเล่นเลย พอคิดเสร็จก็หันไปเล่นFighting Forceกะเพื่อนต่อ(ภาคแรกนี่มันส์มากมาย แต่ภาค2จะเปลี่ยนแนวหาป้าทำไมฟะ)
พอโตแล้วรู้ความ ก็เลยลองกลับมาเล่นดู ปรากฎว่า
"มันส์ Chip หาย!!!!!"
เป็นเกมยุคเก่าที่เล่นแล้วมีความรู้สึกว่า"สด"อยู่มากทีเดียว ระเบิดตูมตามแต่ละทีก็ อูว.... ตึกแหว่งไปซีกเลยทีเดียว สะใจคอตๆ
แต่ติดอยู่ที่ว่าเกมมันยากพอดูเหมือนกัน(โรคที่เกมเก่าทุกเกมเป็น เพราะต้องให้เล่นนานๆ คุ้มค่าเกม) รถก็บังคับยาก วิ่งไปไม่เท่าไหร่ก็ตกน้ำป๋อมแป๋ม 5555+
ถือว่าเป็นเก่าที่วัยเด็กไม่เคยคิดจะสนใจจริงๆจังๆเลย แต่มาลองตอนนี้ก็ไม่สายไปหรอกนะ
-Grand Theft Auto II
เหมือนกันกับภาคแรก วัยเด็กไม่ประสีประสาอะไร แต่ไปร้านเกมทีไรก็ต้องมีคนเล่นอยู่เสมอๆ กดสูตรปืนครบ ระเบิดรถ แต่ถึงจะกดสูตรเติมเกราะเติมเลือดได้แต่สุดท้ายก็นอนจมกองเลือดทุกคนเหมือน กัน 55555+(เป็นสิ่งสอนใจให้ทุกคนรู้ว่า ทำผิดอะไรเอาไว้ สุดท้ายก็ต้องถูกจับหรือโดนยิงตายอยู่ดี)
เท่าที่ผมแตะภาคนี้มา ก็ไม่รู้สึกว่ามันต่างจากภาคแรกเท่าไหร่ แค่ภาพAnimation ดูสวยมากขึ้น ระเบิดดูดุดันมากขึ้น แต่ก็ยังมองเหนือหัวเหมือนเดิม... รถขับยากเหมือนเดิม.... ตายง่ายเหมือนเดิม 555555+
จริงๆผมว่าจะพูดถึงภาค London ด้วยนะ แต่มันก็ไม่ได้ต่างจากภาคเดิมตรงไหน นอกจากอยู่ในลอนดอนแล้วก็มีตัวละครให้เลือก(ซึ่งภาคแรกก็มี) แล้วแต่ละตัวก็ไม่ได้ต่างกันตรงไหน
ถ้าใครจำได้ ตัวเอกภาค2 ชื่อว่า Cloudy Speed นะครับ
-Grand Theft Auto III
ตำนานที่แท้จริงมันเริ่มตรงนี้....
ตอนที่ภาคนี้ออกในปี2001 คอมผมเจ๊งบ๊งพอดี ก็เลยไม่ได้ตามข่าวเกมนี้เลย(หนังสือเกมคอมพิวเตอร์ที่อ่านอยู่ก็ไม่ได้ลง รายละเอียดอะไรเลย) ก็มีโอกาสได้เห็นเกมนี้ครั้งแรกบนเครื่องสถานีเล่น2(จะแปลทำไมวะ 555+) คนที่เล่นก็เป็นเด็กในร้านเกมนี่แหละ ก็สงสัยว่าเกมอะไรวะ เดินเข้าไปดูก็ไม่รู้สึกว่าต่างจากMax Payneที่เคยเล่นสักนิด ก็แค่ยิงๆๆๆๆ ระเบิดตูมตามแค่นั้นเอง
ต่างกันตรงไหนวะ?
ล่วงเข้าปลายเทอมมัธยม4 เพื่อนก็ให้ยื้มแผ่นเกมนี้มาเล่น บอกว่าสนุกนะ ลองไปเล่นดูดิ...
เอามาก็ไม่ได้คิดอะไร...Install แล้ว เล่น....
7จระเข้!!!!!
ไม่สามารถบรรยายความเร้าใจออกมาได้
แรกๆก็ลองเล่นแบบกดสูตรยิงกะขวดตำรวย(อย่าผวนเชียว 5555+)มันก็ธรรมดาๆนะ เพราะยังไงก็หนีมันไม่พ้นอยู่แล้ว เล่นแบบนี้แป๊บเดียวก็เบื่อละ...
หลังจากนั้นหนังสือเกมที่อ่านก็ลงข้อมูลเกมนี้มากขึ้นๆ เล่นๆไปถึงรู้ว่าจริงๆมันมีตั้ง3เกาะนี่หว่า แล้วทำไมตูต้องมาดักดานอยู่แค่เกาะนี้เกาะเดียวด้วยฟะ
เห็นอย่างนั้นก็เลยเล่นตามเนื้อเรื่องเลย ขึ้นเกาะ2ได้ปุ๊บก็ยิ่งมันส์ เพราะรถใหม่ๆอื๊อเลย แถมบ้าน(ที่เซพเกม)ก็หลังบึ้มกว่าเดิมอีก ว้าวๆๆๆๆๆ...
แต่ตอนนั้นมันไม่มีอะไรสนุกเท่าไดอาโบล2แล้ว ก็เลยเล่นจบแค่รอบเดียว(ขนาดไดอาโบลออกก่อนตั้งนานนะนั้น)
ภาคนี้ยอดขายถล่มทลาย กลายเป็นต้นแบบของGameplay แบบที่เรียกว่า Sandbox และเกมอื่นๆก็ยึดเอาการเล่นแบบนี้เป็นเยี่ยงอย่างมาเรื่อยๆจนถึงเดี๋ยวนี้ จนในสมัยหนึ่งนี่หลายๆเกมต่างโหมกระแสเกมของตัวเองว่า เป็นแนวGTA เลยทีเดียว(ไม่ว่าจะ RPG Racing Action Shooting และอีกมากมาย)
แต่มีคนรักเท่าหนัง ก็มีคนชังเท่าผืนเสื่อ.....
นักการเมือง สื่อมวลชน นักวิชาการ นักอนุรักษ์นิยม ต่างก็รุมสวดเกมนี้จนยันเยิน
บ้างก็ว่าเป็นเกมจำลองการฆาตกรรมหมู่(แต่Doomภาคแรกก็เคยโดนหนักกว่านี้นะ)
บ้างก็ว่าเป็นเกมฝึกฝนให้เด็กๆเป็นอาชญากร(แล้วเรท18+ที่อยู่บนกล่องเขาจะมีไว้ทำหอกอะไรล่ะพี่)
บ้างก็ว่าเกมนี้เต็มไปด้วยความรุนแรงขั้นโหดร้ายทารุณ(อันนี้ไม่เถียง เพราะมันโหดจริงๆ)
สารพัดข้อกล่าวหา รุมสวดผู้สร้างเกมนี้ไม่เว้นในแต่ละวัน ทั้งที่มีมูลความจริง กับไร้หลักฐานยืนยัน
จวบจนเดี๋ยวนี้ ก็ยังมีมาเรื่อยๆ
แต่คดีที่ดังจริงๆ ขอเก็บไว้เล่าในภาคหลังๆนะ...
พูดถึงเกมภาคนี้ต่อ....
สถานีวิทยุบนรถเป็นสิ่งที่่น่าสนใจมากอย่างนึงของเกมนี้ เพราะนอกจากเพลงที่ซื้อลิขสิทธิ์เพลงดังๆมาแล้ว Rockstar ยังมีช่องWTC และสปอตโฆษณาที่ฮาสุดๆ ชนิดที่ว่าถ้าเก็ตมุกก็อาจจะตกเก้าอี้ได้โดยไม่รู้ตัวทีเดียว(แต่สมัยที่ เล่นตอนนู้นฟังแต่MP3ของตัวเองอย่างเดียว เสียดายชะมัด) ถ้าวันไหนไม่อะไรทำ ขับรถเล่นเปิดเพลงฟังก็เป็นความคิดที่เข้าท่าทีเดียวเลยแหละ...
แต่ภาคนี้พอกลับมาเล่นอีกรอบ ทำให้รู้ว่ารถมันขับยากชะมัด(ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นรู้สึก) แถมระบบเล็งเป้าอาวุธก็เล็งยากมาก ลองเอามาเล่นกับจอยPS2ก็เล่นได้ง่ายกว่ามากๆ แต่ถึงยังไงผมก็ยังถือว่าภาคนี้เป็นการริเริ่มสิ่งใหม่ๆให้กับวงการเกมมาก มาย อาจจะเรียกได้ว่า ถ้าไม่มีเกมนี้ วิดิโอเกมที่เรารู้จักก็คงจะไม่เป็นแบบในปัจจุบันนี้แน่นอน
Grand Theft Auto-Vice City
ภาคนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นภาคที่ผมชอบที่สุดเลยก็ว่าได้
คงเพราะว่าผมมีความหลังค่อนข้างเยอะกับภาคนี้กระมัง....
ประการแรก....
ฉากหลังของภาคนี้เป็นเมืองVice City ที่ดูยังไงๆมันก็Miami รัฐ Flolida ชัดๆ แล้วที่ไมอามี่เนี่ย มันเป็นเมืองในฝันเมืองนึงที่อยากไปมากๆ เพราะสมัยนั้นดูหนังพวก Miami Vice,Scarface ค่อนข้างบ่อย(แต่โตมาดันลืมหมด) ภาพนึงที่ติดตาก็คือ ถนนริมหาดที่มีต้นมะพร้าวเรียงรางกันไปในยามพระอาทิตย์ตกดิน
ภาพนี้ติดตรึงมาจนโต แล้วก็กลับมาได้เห็นอีกครั้งนึง บรรยายไม่ถูกเลยทีเดียว....
ประการที่สอง
ตอนนั้นเล่นเกมนี้จบไปรอบนึงแล้ว กำลังง่วนอยู่กับ KOF 2002อย่างเมามันส์ วันนึงก็ไปซื้อการ์ตูนมาอ่านตามปกติ สายตาไปเห็นบทสรุปของ Future Gamer ที่เป็นเล่มหนาตั๊บ
ชั่งใจอยู่แป๊บนึงแล้วก็ควักตังจ่ายคุณป้าเจ้าของร้านไป(โดยที่ไม่ลืมเอาหนังสือกลับบ้านด้วย)
กลับบ้านไปเปิดอ่าน...
....
......
.........
...........
7จระเข้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
อะไรวะเนี่ยยยยยยยย กรูยังเล่นเกมนี้ไม่จบใช่ม้ายยยยยยย
ละเอียด Chip หาย พี่Gamemaniac นี่ขั้นเทพจริงๆ
อ่านFG ก็มีงานพี่แกมาลงบ้าง มีแนะนำเวปของพี่เขา ก็ลองเข้าไปดู
7จระเข้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! x2
Icewind dale-Thorne of Baal ที่พี่เขียนละเอียดจนผมฉี่ราดเลยครับ!!!!!!!!!!!!
นับแต่วันนั้นมาผมก็ได้ชื่อนักเขียนในดวงใจเพิ่มมาอีกคนนึง
ประการที่สาม
"เฮ้ย....แม่มเอ๊ย พลาดอีกและ...."
"7เข้ กะไม่ให้กรูผ่านเลยสินะ..."
"สาก....ทำด่านเชี่ยขนาดนี้ให้ยายเมิงเล่นดีกว่า"
สารพัดคำพรุสวาทดังมาจากปากผมเป็นระยะๆ เพราะภารกิจประมาณ2-3ชิ้นนี่....
ยาก...จนไม่น่าจะเล่นผ่าน....
โดยเฉพาะภารกิจบังคับของ Malibu Club ที่เราต้องแข่งรถกับเซียนหุ่นอ้วนพริ้วนาม Hilary King ที่ผมเล่นซ้ำไม่ต่ำกว่า100รอบเลยทีเดียว
มีอีกเกมก็คือเกม Mafia มีฉากแข่งรถเหมือนกัน แต่ไม่ยากเท่าไอ้นี่แน่ๆ เพราะไอ้นั้นยังเล่นผ่านแบบแฟร์ๆได้
แต่อันนี้ยังไงก็ไม่แฟร์ครับ!!!!!
-รถช้ากว่าเท่าตัว
-ตำรวจตามจิกหัวตลอดการแข่ง
-มันเลี้ยวแม่น
............
ไม่เล่นลูกไม้ยังไงก็ไม่ชนะครับ ภารกิจนี้.....
ขอให้รางวัล"1ในสุดยอดด่านยากพ่องตาย"ไปครองเลย
(สุดท้ายผ่านเพราะเอารถแรงไปจอดหน้าสน. เปลี่ยนรถแล้วเหยียบมิด 55555+)
ภาคนี้ ไม่ใช่ภาคที่ผมเล่นนานที่สุด แต่เป็นภาคที่ผมประทับใจที่สุด เพราะบรรยากาศที่สวยงามมาก(ในตอนนั้น) อาวุธเพียบ(ภาคหลังๆไม่น่าจะเทียบได้แล้ว) รถโคตรสวย(รถป๊อบนี่ถูกใจผมจริงๆ)อีกอย่างนึงคือ ผมค่อนข้างฝังใจกับวัฒนธรรมในยุคนั้นมากๆ ถึงแม้จะเกิดช้าไปหน่อย(ไม่ได้เป็นวัยรุ่นในยุคนั้น) แต่หลายๆสิ่งในยุคนั้นมีอะไรที่น่าจดจำมากมาย มันมีพลังที่แทบจะเปลี่ยนแปลงโลกได้เลยจริงๆ(คงเพราะในยุคนั้นมีเหตุการ์ ณระดับโลกเกิดขึ้นมากมายกระมัง)
เฮ่อ....พูดแล้วก็อยากกลับไปเล่นอีกรอบนึง(แต่แผ่นหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้...)
ภาคนี้ก็ยังคงถูกวิจารณ์ในแง่ลบเหมือนเดิม แต่มีการเพิ่มประเด็นของการเหยียดเชื้อชาติเพิ่มเข้ามาอีกด้วย(ชาวไฮติ) นอกจากนั้น ภาคนี้น่าจะเป็นภาคแรกๆที่Jack Thomson ทนายชื่อดังของอเมริกา เข้ามามีเอี่ยวกับการฟ้องร้องเรื่องความรุนแรงในวิดิโอเกมด้วย(ปัจจุบันเขา โดนถอนใบอนุญาติประกอบสัมมาชีพไปแล้ว)
-Grand theft Auto San Andrease
"ใหญ่มาก..."(เมือง)
"เยอะมาก..."(คน,รถ,อาวุธ)
"ดำมาก...."(ตัวเอก 5555+)
ภาคนี้น่าจะออกมาตอนที่ผมเรียนจบม.ปลายแล้ว(จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน มันค่อนข้างคาบเกี่ยวพอสมควร) เป็นภาคที่ค่อนข้างจะมีเรื่องเล่ามากพอสมควรเหมือนกัน ในหลายๆแง่ ดังนั้นผมขอแยกเป็นหัวข้อย่อยๆก็แล้วกัน
-ระบบเกม-
เป็นครั้งแรกของซีรีส์ที่มีการพัฒนาตัวละครอย่างชัดเจน เช่นออกกำลังกายให้ล่ำเป็นคนเหล็ก วิ่งให้ทนเป็นคูโบต้า ยิงปืนครั้งแรกๆยิงห่วย แต่ตอนหลังยิงแม่นขึ้นแถมถือสองมือได้ด้วย ลักษณะเหมือนกับเกมภาษาในแบบตะวันตก(ยกตัวอย่างง่ายๆก็ The Elder Scrolls หรือ Gothic) เพียงแต่ค่าพลังบางอย่างจะเปลี่ยนแปลงในทางลบได้ด้วยการกระทำของเราเช่นกัน (กินจนอ้วนเป็นหมู)
ภาคนี้ยังเป็นการเริ่มต้นระบบการมีปฎิสัมพันธ์กับNPCด้วย แต่ยังมีแค่การหลีหญิงเท่านั้นเอง ยังไม่เยอะเท่าไหร่(และไม่มีผลกับเกมมากนักด้วย)
ระบบการใช้อาวุธภาคนี้ได้รับการปรับปรุงขึ้นมามากพอดู ทำให้สามารถบู๊ได้สนุกขึ้น เล็งเป้าได้ง่ายขึ้น แถมยังมีการฝึกศิลปะการต่อสู้ ทำให้เรามีท่าต่อสู้ต่างๆมากขึ้น และระบบลอบเร้นที่เอามาจากManhunt เพิ่มทางเลือกในการทำภารกิจต่างๆอีกด้วย(Manhuntเป็นเกมของค่ายRockstarอีก เกม เป็นแนวลอบเร้น แต่โหด ดิบ เถื่อนยิ่งกว่าGTAมากนัก ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเกมนี้นะครับ)
-ธีมของเกม-
ภาคนี้เป็นเหตุการ์ณในปี1992ในรัฐสมมติของแคลิฟอลเนียร์(ซึ่งก็คือชื่อของ ภาคนี้) พระเอกภาคนี้เป็นคนดำ เพราะฉะนั้นธีมของเกมก็เลยเน้นไปทางด้านวัฒนธรรมของคนผิวสีเป็นส่วนมาก(ทั้ง เม็กซิกัน จีน และชนชาติอื่นๆอีกมาก)เพลงที่ใช้ในภาคนี้ เรียกได้ว่ามีหลายแนวทีเดียว แต่เน้นหนักๆก็ Hip-Hop หรือ Rap มากมาย ที่เหลือก็จะเป็น Pop R&B ที่ฟังแล้วชวนคิดถึงยุคนั้นเหมือนกัน
-ตัวเกมหลักๆ-
ถือได้ว่าภาคนี้เป็นภาคที่เล่นได้สนุกมากภาคหนึ่งเลยทีเดียวเพราะมีอะไร ให้ทำมากมาย ทั้งมินิเกมที่เล่นได้เรื่อยๆ เมืองที่มีมากมายถึง4เกาะ แถมแต่ละเกาะก็โคตรใหญ่ มีอะไรให้สำรวจเยอะมาก เสื้อผ้าทรงผมและรายละเอียดของตัวเอกก็สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ(จะ อ้วนหรือผอมหรือจะเดินแก้ผ้าโทงๆมีกางเกงในตัวเดียวออกไปกลางถนนก็ยังได้)
ภารกิจต่างๆออกแบบมาได้หลากหลายดี แต่ก็ยังมีภารกิจสุดโหดหลุดออกมาให้ปวดกบาลบ้าง(ไอ้โรงเรียนสอนขับเครื่อง บินกับกระโดดเกาะเครื่องบินกลางอากาศนี่จะทำมาให้ยากอะไรขนาดนั้นครับพี่) แต่ภารกิจย่อยๆทำออกมาได้เล่นเพลินมากๆจนบางครั้งลืมไปว่าเราต้องทำภารกิจ หลักนี่หว่า....(ไอ้โป๊กเกอร์กับตู้ม้านี่ตัวดีเลย) แล้วในบางครั้งภารกิจเสริมก็ดูจะไม่เข้ากับธีมของเกมเลยแม้แต่น้อย
-ความประทับใจ-
เพราะว่าภาคนี้มีอะไรให้ทำมากมาย ผมจึงเล่นภาคนี้นานเป็นพิเศษ และยังเก็บ100%เต็มได้ง่ายกว่าภาคอื่นๆอีกด้วย แต่เพราะว่าผมไม่ค่อยชอบเพลงแนวฮิปฮอบเท่าไหร่ ภาคนี้ก็เลยไม่ค่อยเปิดสถานีวิทยุในเกมฟังเลย(ฟังแต่ก็น้อยมากๆ) อีกทั้งเป็นภาคที่ถอดเอาFrame Limiterออกแล้วเกมจะลื่นมากๆ ผมในตอนนั้นที่เครื่องคอมยังไม่อัพเกรดเล่นเกมนี้ให้ลื่นได้สบายๆ(แรม512 การ์ดจอFX5200 128 แอธลอน2200+)
เรียกได้ว่าภาคนี้เป็นภาคที่มีรายละเอียดมากที่สุดในบรรดาทุกภาคเลยทีเดียว
-กระแสสังคม+ปัญหาต่างๆ-
ภาคนี้เป็นภาคที่โดนเล่นหนักที่สุดก็ว่าได้ นอกจากเรื่องความรุนแรงที่โดนเล่นมาอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้Rockstarเข็ดเรื่องการทึ้งCodeที่เหลือระหว่าง การทำเกมไปเลยทีเดียว
ต้นเหตุมาจากMOD ที่ชื่อว่าHot Coffee นี่แหละครับ.....
MOD ตัวนี้ถูกพัฒนาโดยเจ้าของเวปไซต์เกี่ยวกับเกมนี้ซึ่งเป็นชาวเนเธอร์แลนด์นาม ว่า Patrick Wildenbreg โดยเขาค้นพบCodeตัวนี้หลงเหลืออยู่ในเกม เขาจึงปลดล๊อคมันออกมาให้เราเล่นกัน โดยไม่ได้นึกว่าผลกระทบที่ตามมามันจะร้ายแรงอะไรขนาดนั้น....
ร้ายแรงขนาดไหน คนที่เคยสัมผัสMOD ตัวนี้น่าจะรู้ดีนะครับ....
มันเป็นมินิเกมที่จะให้ตัวเอกกับสาวที่เราจีบทำกิจกรรมร่วมกันหลังจากเด ทเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกิจกรรมที่ว่าก็คือการร่วมเพศนั่นเอง...
หลังจากที่มีคนโหลดไปลอง วันต่อมาข่าวก็ครึกโครมทันที....
ทั้งตามหน้าเวปไซด์เกี่ยวกับเกม การเมือง สังคม รวมไปถึงโทรทัศน์ วิทยุ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า อะไรที่ลงข่าวได้ก็มีข่าวเกี่ยวกับไอ้MODตัวนี้ไปแทบทั้งหมด
ผลกระทบต่อRockstar รุนแรงเหลือเชื่อ...
2K Game ค่ายผู้จัดจำหน่ายต้องเรียกกล่องเกมทั้งหมดที่จำหน่ายออกไปแล้วกลับมาแก้ Codeเพื่อเอาเจ้าปัญหาที่ว่านี้ออกไป เนื่องจากว่า ถ้าไม่แก้ เกมจะกลายเป็นเรท Adult Only(ให้คนอายุ20+เล่นเท่านั้น) ซึ่งร้านค้าขายปลีกในอเมริกา ปฎิเสธที่จะวางขายเกมเรทนี้โดยสิ้นเชิง(กระทบต่อรายได้อย่างมาก)
อีกทั้งภาพลักษณ์ยังติดลบ ทำให้บางคนประชดกันว่า แบบนี้น่าจะเอาไปขายคู่กับเหล้าและบุหรี่ไปซะเลย(เจ็บมากกก...)
ซึ่งแน่นอน จุดนี้ทำให้Jack Thomson สบโอกาสโจมตีRockstarไม่ยั้ง ฟ้องเพิ่มในข้อหาลามกอนาจารอีกตะหาก
ยัง ยังไม่หมด ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในบ้านเรานี่เอง คดีเด็กม.6จี้แท็กซี่แล้วเอามีดทิ้มคออันโด่งดัง ก็อ้างว่าเลียนแบบพฤติกรรมการปล้น จี้ และลอบฆ่าในเกมภาคนี้ นักข่าวบ้านเราที่เป็นGuรู้(ไม่ใช้กูรู) ออกมาสาดสีใส่ไข่กันอย่างเมามันส์ว่าเกมนี้(รวมถึงเกมอื่นๆที่โดนหางเลขไป ด้วยอีก)เป็นการบ่มเพาะความรุนแรงให้เด็กๆ โดยที่เขาไม่ได้นึกถึงการแก้ปัญหาในระยะยาว ออกมาโทษเกมกันเกือบหมด เป็นปัญหาให้กับเหล่าเกมเมอร์ใฝ่ดีที่ต้องออกมาแก้ภาพลักษณ์กันจ้าละหวั่น (ทั้งวิธีที่ฉลาดและไม่ค่อยเข้าท่า)
แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ดี เพราะผู้ใหญ่หลายๆท่านทั้งที่รู้และไม่รู้ ต่างก็ตื่นตัวในเรื่องคมที่2ของดาบที่ชื่อว่าวิดิโอเกม และใส่ใจกับการลับคมที่1 ที่เป็นด้านดีให้มันแหลมคมมากขึ้น และต่างก็ระมัดระวังไม่ให้คมที่2มาฟาดใส่เหล่าเด็กๆให้เจ็บจนแขนขาขาดไม่ สามารถรักษาได้กันมากขึ้น
ส่วนตัวผมในเรื่องนี้ ผมคงขอComment สั้นๆให้กับน้องที่จิ้มคอหอยลุงคนขับแท็กซี่คนนั้นนะครับว่า...
" ปัญญาอ่อน"
แค่นี้แหละครับน้อง...
-Grand Theft Auto 4
ภาค ล่าสุดที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เริ่มจากภาพที่สวยขึ้นจมหู ทั้งสภาพแวดล้อม ยานพาหนะต่างๆ และตัวโมเดลของตัวละคร เรียกได้ว่ายกเครื่องกันใหม่หมดจดเลยทีเดียว สวยสมกับยุคNext-Genจริงๆ
ต่อ มาก็เป็นธีมของเกม ภาคนี้กลับมาที่Liberty Cityอีกครั้ง(เหมือนกับภาค3) ดังนั้นสิ่งคุ้นตาหลายๆอย่างก็จะกลับมาให้เห็นกัน และยังมีรายละเอียดในตัวเมืองมากขึ้นสมกับเป็นนิวยอร์กจำลองจริงๆ(ถึงราย ละเอียดต่างๆจะถูกดัดแปลงให้เพี้ยนๆไปบ้าง อย่างอนุเสาวรีย์เทพีสุขสันต์ ที่ถือถ้วยกาแฟแทนคบเพลิง 5555+)
ตัวเอกในภาคนี้มีปูมหลังที่รันทด ยิ่งกว่าตัวเอกคนอื่นๆที่เคยมีมา ดังนั้นจุดเด่นที่สุดของภาคนี้คือการดำเนินเรื่องในภารกิจหลักอันเข้มข้น ราวกับภาพยนตร์ Action-Gangsterชั้นยอด ที่จะทำให้คุณติดหนึบกับภารกิจหลักจนต้องกลับมาเล่นหลายๆรอบเลยทีเดียว
และ ภาคนี้ก็มาเป็นเวลาปัจจุบันจนได้ ดังนั้นโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เนตจึงเป็นสิ่งจำเป็นในภาคนี้โดยปริยาย เราสามารถส่งเมลล์ติดต่องานขโมยรถ โทรศัพท์ไปติดตามความคืบหน้าของค่าไถ่ลูกสาวเจ้าพ่อได้
ทำให้ภาคนี้เป็นภาคที่ทันสมัยที่สุดไปในทันที
ที่ สำคัญคือภาคนี้ยังเพิ่มโหมดMultiplayer Onlineเป็นครั้งแรก หลังจากที่ในภาคที่แล้วมีโหมด Rampageที่เล่นแบบแบ่งจอได้ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก(แต่ไหงบนPCไม่มีฟะ...)
ทำให้พวกเรา สามารถLog In เข้าไปในระบบของเครื่องเกม ปรับแต่งตัวละครแล้วร่วมลุยกันในโหมดการเล่นที่หลากหลาย(แต่ไม่แปลกใหม่ เพราะมีคนทำมาแล้ว)ให้คุณสนุกจนลืมตายเลยทีเดียว
แต่จะว่าไปแล้ว
ภาค4นั้น ไม่ได้ขยายในส่วนของแผนที่ ภารกิจที่หลากหลายแบบภาคเก่าๆ
แต่จะไปเพิ่มข้อดีที่เคยทำได้ดีอยู่แล้ว
ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก(รวมไปถึงการลองจากเกมอื่นที่เป็นแนวเดียวกันมาอยากแนบ
เนียน) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
แต่กลับกันก็ทำให้ภารกิจในเกมออกแนวซ้ำซากอยู่ไม่ใช่น้อย(แต่ความบันเทิงก็
ไม่ลดหย่อนลงไปหรอกนะ)
นอกจากนี้ภาค4นี้เอง ที่ทำลายสถิติสิ่งบันเทิงที่ทำรายได้มากที่สุดใน24ชม. ด้วยจำนวนเงินราวๆ300ล้านเหรียญ(ทุบสถิติของHalo3และภาพยนตร์Spiderman3 ขาดลอย) ถึงแม้ว่าจะมีการปล่อยTorrent Files ออกมาให้โหลดก่อนเกือบสัปดาห์ก็ตาม
พอมาลงเครื่องPC ผมจึงไม่แปลกใจว่าRockstarจะทำทุกอย่างเพื่อป้องกันการคัดลอก ทั้งDRMที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเขี้ยว ระบบRockstar Social Club กับ Games For Windows ที่ลงทะเบียนยากพ่องตาย ทั้งหมดนี้Rockstarทุ่มเต็มที่เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
แต่เรื่องซวยๆยังไม่หมดเท่านั้น....
เหมือนกับว่าRockstarเอาแต่ทุ่มเทเวลาให้กับระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่กลับละเลยการPortลงPCไปเสียนี่....
ผลที่ได้ คือความเจ็บแค้น....
ผู้เล่นหลายคนต่างเกิดปัญหาเกมเล่นไม่ได้ดั่งใจ กระตุกสุดติ่งทั้งๆที่Rockstarโม้ว่าเครื่องคอมเมื่อ2-3ปีก่อนก็สามารถเล่น ได้อย่างสบาย หรือถึงจะมีเครื่องเทพ แต่กลับได้ภาพกากชนิดสุนัขไม่รับประทาน(แต่ผมไม่มีปัญหา แค่ปรับCommandlineนิดๆหน่อยๆก็เล่นได้ลื่นแล้ว 5555+) จนเวปบอร์ดเกี่ยวกับเกมเกือบทุกที่ลุกเป็นไฟเพราะเล่นเกมนี้ไม่ได้ ทำให้Rockstarต้องออกมาขอโทษขอโพยผู้เล่นทั่วโลก และแก้ตัวด้วยการพัฒนาPatchออกมาอย่างต่อเนื่อง
ก็ไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปนี่Rockstar จะสนับสนุนVerPC. มากน้อยแค่ไหน คงต้องรอดูกันต่อไป....
ลืม
บอกไปว่าภาคนี้มี DLC(Download Content)ออกมาให้ชาวXBOX360เล่นกันแล้ว
โดยที่ในส่วนนี้จะเป็นเนื้อเรื่องของJohnny
สมาชิกแก๊งค์ซิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับNiko ในเนื้อเรื่องหลักช่วงนึง
ไว้มีโอกาสได้เล่นก็จะมาเล่าให้ฟังนะครับ
-อนาคตของซีรีย์
ภาคล่าสุดที่น่าจะออกไปแล้วเป็นภาคที่ลงให้ เครื่องHandheldอย่างNDS ชื่อว่าภาค Chinatown น่าเสียดายที่ตัวผมเองไม่ได้เล่นเกมบนเครื่องพกพามานานแล้ว จึงยังบอกไม่ได้ว่าภาคนี้สนุกอย่างไร(รวมไปถึงภาคLiberty กับVicecityที่ออกมาก่อนหน้านี้ด้วย) แต่เท่าที่เห็นScreenshotมา ภาคนี้กลับไปใช้มุมมองแบบภาค1และ2 คาดว่าน่าจะเป็นความสนุกแบบเดิมๆที่คนเล่นภาคแรกๆน่าจะชอบไม่น้อย
ภาค หลักภาคต่อไปมีข่าวลือออกมาว่าอาจจะทำเป็นซีรีย์แบบVice city หรือ San Andrease แต่จะไปอาละวาดกันที่ญี่ปุ่นแทน คาดว่าเร็วๆนี้ทางRockstarน่าจะประกาศอะไรออกมาบ้าง
โอย...กว่าจะมา ถึงบรรทัดนี้ ใช้เวลาเขียนตั้งหลายวัน หวังว่าบทความชิ้นนี้น่าจะให้อะไรคนอ่านคนอื่นๆได้บ้างนอกจากความบันเทิงกับ Factที่ผมเค้นออกมาจากความทรงจำที่ลืมเลือนไปบ้าง(แน่นอนว่าต้องมีผิดเพี้ยน บ้าง ขออภัยด้วยละกันครับ)
สุดท้าย ถ้ายังมีแรงกับมีเวลา ผมอาจจะเขียนบทสรุปของภาค4ให้ทุกคนได้อ่านกันบนExteenนี่แหละครับ แต่จะไปเน้นตรงส่วนของเนื้อเรื่องกับการหาอาวุธฟรีหรืออะไรที่น่าสนใจ(Side Missionกับส่วนอื่นๆคงไม่ทำ เพราะมันน่าเบื่อมากๆ)
ไว้ถึงเวลาที่เขียนออกมาแล้ว อย่าลืมมาอ่านกันนะครับ
ไปก่อนละ สวัสดีครับ.....